Indicator คืออะไร ถ้าพูดถึงคำว่า Indicator (อินดิเคเตอร์) หรือบางคนเรียกสั้นๆ ว่า “อินดี้” ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นสิ่งที่แทบจะขาดไม่ได้เลย เป็นเครื่องมืออันทรงพลังมากๆในการเทรด Forex แม้การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะมีหลายวิธี เช่น แนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคา (Trend) แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance) รูปกราฟแท่งเทียน (Candlestick) รูปแบบราคา(Chart Patterns) แต่การใช้ Indicator ก็เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญจากนักวิเคราะห์ทางเทคนิค

Indicator คืออะไร

Indicator คือตัวชี้วัดในการเทรด Forex เป็นตัวที่สามารถบอกข้อมูลสำหรับการเทรดของคุณ ได้แก่ การบอกแนวโน้มของกราฟแท่งเทียนว่าจะไปในทิศทางใด รวมถึงตัว Indicator บางตัวนั้นสามารถบอกจุดที่คุณจะเปิดคำสั่งซื้อ โดยเทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะเอา Indicator มาใช้ในการวิเคราะห์ทิศทางของราคาและใช้การตัดสินใจซื้อขาย เป็นอีก เทคนิคเทรด Forex ที่ใช้ได้ผลดี

ประโยชน์ของ Indicator

  1. ช่วยบอกเทรน (trend) วิเคราะห์หาทิศทางและแนวโน้มของกราฟราคาว่าเป็นไปในทิศทางใด
  2. สามารถบอกจุดทำสัญญาณซื้อ หรือขายได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งบอกจุดที่เราจะทำการปิดคำสั่งซื้อ
  3. ใช้เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ช่วยลดความเสี่ยงในการเทรด Forex เพื่อรอจังหวะซื้อขาย หรือปิดออร์เดอร์ที่ดี
  4. บอกจุด stop loss ของคุณได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจก่อนทำการเทรดต่อ
  5. บอกจุดที่คุณนั้นควรที่จะ let Profit Run อย่างชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไร

Indicator แต่ละตัวถูกออกแบบให้ใช้งานต่างวัตถุประสงค์กัน

Indicator แต่ละตัวนั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้งานต่างวัตถุประสงค์กัน ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Indicator ตัวที่เรากำลังเลือกใช้งานอยู่นั้นถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด หากนำไปใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ก็อาจทำให้ไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของ Indicator ตัวนั้น ๆ ออกมาได้ ถ้าจะให้แบ่งประเภทตามวัตถุประสงค์ที่ Indicators ถูกออกแบบมา สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  1. Indicators ที่ใช้ระบุทิศทางของแนวโน้ม เช่น Moving Average , Parabolic SAR เป็นต้น
  2. Indicators ที่ช่วยในการยืนยันความแข็งแกร่งหรือความน่าเชื่อถือของทิศทางนั้น ๆ เช่น ADX , OBV เป็นต้น
  3. Indicators ที่ใช้วัดแรงเหวี่ยงหรืออัตราเร่งของราคา (Momentum) เช่น CCI, RSI , Stochastic เป็นต้น
  4. Indicators ที่ใช้วัดความผันผวนของราคา (Volatility) เช่น ATR , Historical Volatility เป็นต้น
  5. Indicators ที่ใช้วัดสภาพตลาดโดยรวมซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจงที่สินค้าหรือหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง หรือที่เรียกว่า Market Indicators

รวม Indicator Forex


นอกจากนี้ยังมี Indicators อื่นๆ ที่อาจจะออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์นอกเหนือจาก 5 ข้อที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หรือมี Indicators บางตัวที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้หลายวัตถุประสงค์ (เช่น MACD ใช้ได้ทั้งระบุทิศทางและวัดแรงเหวี่ยงของราคา) ซึ่งเวลาที่เราจะเลือกใช้งาน Indicator ตัวใดก็ตาม เราควรรู้จักว่า Indicators ตัวนั้นๆ ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด เวลานำไปใช้งานหรือแปลความหมายกราฟ จะได้สามารถวิเคราะห์สภาวะตลาดได้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดไม่ลับ รวยด้วย Forex กำไร ระยะยาว สายเทคนิคคอล

แนวทางการเลือกใช้ Indicator

  1. กำหนดเทรนของกราฟให้ได้เสียก่อน (สำคัญมากเพราะถ้ากำหนดตรงนี้ผิดคือจบเลย)
  2. เลือกอินดี้ที่เหมาะสมสำหรับการเทรดของคุณไม่เกิน 2-3 ตัว อย่าใส่อินดี้มากเกินไป จะทำให้รูปแบบการเทรดของคุณมีปัญหา
  3. อย่าใช้อารมณ์จงเชื่อในอินดี้ของคุณ โดยปกติแล้วอินดี้มักจะทำจำนวนตาที่ถูกต้องประมาณ 6-10 ครั้งต่อการเทรด 10 ครั้ง
  4. อย่าทำตัวเป็นคนเกือบรวย อย่าโยน Lot ใหญ่ๆ จำไว้ไม่ใช่การพนัน แต่นี่เป็นการเทรดของจริง

แนะนำ Indicator สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

ควรทำความเข้าใจก่อนว่า Indicators ที่กำลังจะใช้งานถูกออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ใด และไม่ควรใช้งาน Indicators ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันพร้อมๆ กัน เช่น เลือกใช้งาน RSI พร้อมกัน CCI พร้อมกับ Stochastic เป็นต้น เนื่องจาก Indicator แต่ละตัวนั้นให้มุมมองเหมือน ๆ กัน ไม่ได้เป็นแนวทางในการการเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิเคราะห์ให้มากขึ้น

  1. MACD หรือที่เรียกว่า “Moving Average Convergence Divergence” เป็นเครื่องมือที่ใช้อ่านค่าทิศทางแนวโน้มของกราฟ (Trend)
  2. RSI หรือที่เรียกว่า “Relative Strength Index” เป็นเครื่องมือที่ใช้ดู Momentum (แรงส่ง) ของราคา
  3. Stochastic เป็นเครื่องมือที่เอาไว้อ่านค่าความต่อเนื่องของแนวโน้ม ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถใช้ดูความผันผวนของกราฟได้อีกด้วย

การที่จะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพในตลาด Forex ได้นั้น 3 สิ่งนี้คือสิ่งที่ควรมี คือ กลยุทธ์, Money Management, และจิตวิทยาการลงทุน

error: Content is protected !!